FS, SS, FF, SF คืออะไร? อ่าน Dependency ให้ขาดใน 10 นาที
เส้นลูกศรใน Gantt Chart ไม่ได้มีไว้แค่เชื่อมงาน แต่เป็นกติกาที่บอกว่า “งานถัดไปเริ่มหรือจบได้เมื่อไร” หากผูกผิดเพียงเส้นเดียว วันจบทั้งโครงการอาจเลื่อนโดยไม่รู้ตัว

ตัวอักษรหน้า = จุดของงานก่อนหน้า (A) · ตัวอักษรหลัง = จุดของงานถัดไป (B)
F = Finish, S = Start ดังนั้น FS คือ “A จบ → B เริ่ม”
ก่อนเริ่ม: Predecessor กับ Successor คือใคร?
Predecessor (A) คืองานต้นทางที่ส่งผลต่ออีกงาน ส่วน Successor (B) คืองานปลายทางที่รับเงื่อนไข ตัวอย่าง “ขุดดิน → เท Lean Concrete” งานขุดดินคือ A และงานเท Lean คือ B
FS Finish-to-Start — จบก่อน แล้วค่อยเริ่ม
งาน B เริ่มได้หลังงาน A เสร็จ เป็นความสัมพันธ์ที่ใช้บ่อยที่สุดและเข้าใจง่ายที่สุด
FS + 2 วัน: เทคอนกรีตเสร็จ → รอ 2 วัน → เริ่มถอดแบบ
SS Start-to-Start — เริ่มแล้ว จึงเริ่มตาม
งาน B เริ่มได้เมื่องาน A เริ่ม ไม่ได้แปลว่าต้องเริ่มวันเดียวกันเสมอ เพราะสามารถกำหนด Lag ได้
FF Finish-to-Finish — งานหนึ่งจบ อีกงานจึงจบได้
ควบคุม “วันจบ” ของงาน B ให้สัมพันธ์กับวันจบของ A เหมาะกับงานที่ทำคู่ขนานกัน แต่ปลายงานต้องสอดคล้องกัน
SF Start-to-Finish — เริ่มงานใหม่ จึงจบงานเดิม
เป็นแบบที่ใช้น้อยที่สุด งาน B จะจบได้เมื่องาน A เริ่ม เหมาะกับการส่งมอบหน้าที่หรือสลับระบบ
ตารางเปรียบเทียบแบบมองครั้งเดียว
| แบบ | เงื่อนไข | เหมาะกับ | ความถี่ |
|---|---|---|---|
| FS | A จบ → B เริ่ม | งานเรียงลำดับ | มากที่สุด |
| SS | A เริ่ม → B เริ่ม | งานซ้อนช่วงกัน | บ่อย |
| FF | A จบ → B จบ | งานคู่ขนานที่ต้องปิดพร้อมกัน | บางครั้ง |
| SF | A เริ่ม → B จบ | ส่งมอบกะหรือเปลี่ยนระบบ | น้อยมาก |
Lag และ Lead: ตัวเลขหลังความสัมพันธ์หมายถึงอะไร?
Lag คือเวลาที่ต้องรอเพิ่ม เช่น FS + 3 วัน หมายถึงหลัง A จบ ต้องรออีก 3 วัน B จึงเริ่ม ส่วน Lead คือการให้ B เริ่มล่วงหน้า มักเขียนเป็น Lag ติดลบ เช่น FS − 2 วัน
หากงานสามารถแบ่งพื้นที่ได้ ควรแตกกิจกรรมเป็น Zone หรือ Floor แล้วผูก SS อย่างชัดเจน จะตรวจสอบและอัปเดตง่ายกว่า Lag ติดลบจำนวนมาก
5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้แผนดูดี แต่ใช้จริงไม่ได้
- ผูกทุกงานเป็น FS ทำให้โครงการยาวเกินจริง ทั้งที่หลายงานทำซ้อนได้
- ไม่มี Logic งานลอยโดยไม่มี predecessor หรือ successor ทำให้ Critical Path ขาด
- ใส่ Lag ยาวแทนกิจกรรม เช่น “รออนุมัติ 14 วัน” ควรเป็นงานที่มีผู้รับผิดชอบและติดตามได้
- ใช้ SF เพราะสลับตัวอักษร ทั้งที่ตั้งใจใช้ FS ส่งผลให้วันคำนวณผิดทิศ
- ผูกละเอียดเกินไป ลูกศรจำนวนมากทำให้แก้แผนยากและเกิด constraint ที่ไม่จำเป็น
วิธีเลือกความสัมพันธ์ให้ถูกในหน้างาน
- ถามก่อนว่าเรากำลังควบคุม “วันเริ่ม” หรือ “วันจบ” ของงาน B
- ถามต่อว่าเงื่อนไขมาจาก “วันเริ่ม” หรือ “วันจบ” ของงาน A
- เลือกตัวอักษรตามคำตอบ แล้วจึงใส่ Lag หากมีเวลารอจริง
- ลองเลื่อนงาน A และตรวจว่างาน B ขยับไปในทิศที่หน้างานควรเป็น
ให้แผนเลื่อนตาม Dependency อัตโนมัติ
วาง Gantt Chart เชื่อมงาน และติดตามผลจริงในระบบเดียวกับทีมโครงการ
เริ่มใช้ BuildPM ฟรีคำถามที่พบบ่อย
FS ใช้บ่อยที่สุดจริงไหม?
จริง แต่ไม่ควรใช้กับทุกงาน เพราะงานก่อสร้างจำนวนมากแบ่งพื้นที่และทำซ้อนช่วงกันได้ การใช้ SS อย่างมีเหตุผลช่วยให้แผนสะท้อนวิธีทำงานจริงกว่า
ควรใส่ Lag หรือสร้างกิจกรรมใหม่?
ถ้าช่วงเวลานั้นต้องติดตาม มีผู้รับผิดชอบ หรือมีความเสี่ยง ควรสร้างเป็นกิจกรรม เช่น อนุมัติ Shop Drawing หรือบ่มคอนกรีต ส่วน Lag เหมาะกับเวลารอสั้น ๆ ที่ไม่ต้องรายงานผลแยก
SF จำเป็นไหม?
มีประโยชน์ในงานส่งมอบหน้าที่ แต่พบไม่บ่อย หากอธิบาย Logic ให้ทีมไม่ได้ ควรตรวจอีกครั้งว่าแท้จริงต้องการ FS หรือไม่